2007/May/20

คำเตือน : บทความนี้เป็นบทความทางการแพทย์ ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Oh Shit!! แปลเป็นไทยได้ว่า "โอ้ขี้" แต่นักแปลภาษาที่แปลบรรยายไทยในภาพยนต์มักชอบแปลว่า "ระยำ" มั่งหละ แปลว่า "แย่แล้ว" มั่งหละ อันที่จริงแล้ว คนไทยเราทุกคนคุ้นเคยกันดีกับคำว่า "ขี้" เช่นคำว่า "ขี้เกียจ" "ขี้สงสัย" "ขี้คุย" น่าแปลกใจที่ว่าเมื่อใช้คำนี้ประกอบกับคำอื่น คนไม่ค่อยรังเกียจกันสักเท่าไรนัก แต่พอเอามาใช้คำเดียวโดด ๆ ว่า "ขี้" เมื่อไหร่เป็นได้ทำหน้าพะอืดพะอมกัน พลางเลี่ยงไปใช้คำอื่นแทนว่า "ถ่ายทุกข์" "อึ" ฯลฯ แทน ทั้งที่คำว่า "ขี้" มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง และชัดเจนที่สุด

มนุษย์เรากินแล้วก็ต้องขี้กันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นขอทาน หรือนางสาวจักรวาลก็ต้องขี้ และเหม็นด้วย คงเป็นเพราะความเหม็นของมันนี่แหละ ที่ทำให้มนุษย์รังเกียจขี้ของตัวเอง หลายต่อหลายคน (เกือบทุกคนเลยแหละ) จึงไม่มองขี้ของตัวหลังจากเสร็จกิจ กดชักโครก ราดน้ำ กันทันทีทันใด แบบไม่เหลือบแลแม้แต่แว้บเดียว (กลัวภาพติดตามั้ง) ทำให้พลาดโอกาสสำคัญไปเรื่องหนึ่งคือ ขี้ เป็นตัวบ่งชี้ปัญหาสุขภาพของคุณ!!!

ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น เรามาวิเคราะห์วิจัยส่วนประกอบหลัก ๆ ของขี้กันก่อนครับ ขี้ในสภาวะปกติประกอบไปด้วยน้ำถึง 75% เห็นเป็นก้อนอย่างนั้นก็เถอะ ส่วนที่เหลืออีก 25% แบ่งออกได้เป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนแรกคือ ซากแบคทีเรียที่ตายแล้ว เป็นพวกแบคทีเรียในลำไส้ที่ช่วยเราย่อยอาหาร ส่วนที่สองก็คือบรรดาเซลลูโลส กากอาหารที่ย่อยไม่หมด ที่เราเรียกรวม ๆ กันว่าไฟเบอร์ไงครับ ส่วนสุดท้ายคือของเสียและส่วนที่ย่อยไม่ได้เช่น คอลเลสเตอร์รอล เกลืออนินทรีย์ทั้งหลายเช่นเกลือฟอสเฟต แบคทีเรีย มูกทั้งหลายของลำไส้ เซลที่ตายแล้ว และโปรตีนที่ย่อยไม่หมด

ทำไมขี้ถึงเหม็น? เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับยากดีมีจน หรือว่าคนสวยคนไม่สวยขี้ครับ ขี้เหม็นเพราะว่าแบคทีเรียที่ช่วยเราย่อยอาหารในลำไส้ พอมันย่อยอาหารเสร็จมันก็จะขับถ่ายของเสียออกมาเช่นกัน และเป็นของเสียที่มีกลิ่นรุนแรงในกลุ่มของสารอินทรีย์ที่มีไนโตรเจนและกำมะถันอยู่สูง เช่นแกสในกลุ่ม อินโดล สคาโทล และเมอร์แคปแทน นอกจากนั้นยังผลิตแกสอนินทรีย์ คือไฮโดรเจน ซัลไฟด์ (กาซไข่เน่า) ที่เหม็นบรม ออกมาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น มนุษย์ทุกคนนอกจากจะขี้เหม็นแล้ว ยังตดเหม็นอีกด้วยเป็นของแถม

เอาหละเรามาถึงประเด็นสำคัญกันแล้ว คือเรื่อง สีของขี้ สีของขี้นี่แหละที่จะทำให้เราวินิจฉัยปัญหาสุขภาพของเราได้ โดยปกติแล้ว คนเราขี้ออกมาเป็นสีน้ำตาลประมาณกาแฟใส่นม สีนี้มากจากสารที่ชื่อไบลิรูบิน เป็นสารสีเหลืองส้มในน้ำดี เกิดจากการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงในตับ และจะถูกขับออกมาที่ลำไส้ และแบคทีเรียก็จะจัดการยำมันให้เข้ากับอาหารที่เรากินเข้าไป จนสุดท้ายทุกอย่างเลยออกมาเป็นสีน้ำตาล ธาตุเหล็กในเม็ดเลือด ทำให้เลือดเป็นสีแดง และธาตุตัวเดียวกันนี้ทำให้ขี้เป็นสีน้ำตาล

ถ้าเรากินอาหารปกติ ไม่ได้กินอาหารที่มีสีแปลก ๆ เช่นต้มเลือดหมูจำนวนมาก ๆ ขี้ของเราจะเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้ากินอาหารปกติแล้วขี้ออกมาเป็นสีดำแล้วละก้อ กระเพาะลำไส้ของคุณอาจเป็นแผลแล้วหละครับ สีดำที่ว่านี้มาจากการตกเลือดในทางเดินอาหารตรงใหนตรงนึงแน่นอน แล้วถ้าขี้ออกมาเป็นสีแดงหละ อันนี้อันตรายเป็นอย่างยิ่งครับ สถานเบาคุณเป็นริดสีดวงทวาร ซึ่งเกิดแผลฉีกขาดขึ้นในบริเวณที่เกิดการอักเสบ สถานหนักหละ? สถานหนักคุณเป็นมะเร็งลำไส้แล้วครับ ถ้าขี้คุณสีน้ำตาลอ่อนแกมเหลืองคุณอาจเป็นโรคกิลเบิร์ทซินโดรม เป็นโรคที่เกี่ยวกับเม็ดเลือดแดง ถ้าขี้คุณสีเหลืองอ๋อยเลย นั่นเป็นไปได้สูงว่าคุณอาจติดเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งที่ชื่อไกอาเดีย ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้ท้องร่วงอย่างรุนแรง

มาถึงสีของขี้ที่ทำให้คนไทยตายมาแล้วนักต่อนัก นั่นคือ ขี้สีเขียวอื๋อ เขียวเข้ม และขี้สีซีดผิดปกติ ตามปกติแล้ว ผักมีสีเขียว ถ้าเรากินผักเยอะ ๆ ขี้เราก็จะเขียว ซึ่งตามปกติไบลิรูบินที่มีสีเหลืองส้มก็จะย้อมให้ขี้ออกมาเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้ากินผักเยอะเกินไปบางทีมันก็เขียวได้เหมือนกัน อีกอันนึงก็คือกินอาหารเสริมจำพวกแร่ธาตุพิเศษซึ่งมักจะมีแร่เหล็กอยู่เยอะเพื่อบำรุงเลือด ก็จะทำให้ขี้เป็นสีเขียวเข้มได้ เพราะเกลือไอออนเป็นตัวการทำให้เกิดสีเขียว ถ้าคุณขี้ออกมาสีเขียว หรือสีซีดผิดปกติ คุณควรหยุดทานผัก และอาหารเสริม สักระยะเพื่อสังเกตสีของขี้ให้ชัวร์ ๆ เพราะ ถ้ามันยังเขียวหรือซีด คุณตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวงแล้วครับ

ให้คุณสังเกตอาการประกอบ คือ ตัวคุณเหลืองขึ้นหรือไม่? คุณมีอาการคันเนื้อคันตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุหรือไม่ ถ้าใช่คุณอาจเป็นโรคมะเร็งในท่อน้ำดีครับ มะเร็งคนจนที่คร่าชีวิตคนไทยมานักต่อนักแล้ว เพราะกว่าจะตรวจเจอ ส่วนใหญ่เข้าระยะสุดท้ายแล้วทั้งสิ้น อาการที่ว่าเกิดจากก้อนมะเร็งไปอุดตันท่อน้ำดี ทำให้น้ำดีไม่สามารถระบายทิ้งไปกับขี้ได้ ขี้ของคุณจึงออกมาสีซีด หรือสีเขียว เพราะไม่มีไบลิรูบินมาย้อมให้เป็นสีน้ำตาล และไบลิรูบินในน้ำดีจะถูกอัดกลับเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ตัวคุณเหลืองแทน และเพราะว่ามันไม่ดีนักกับร่างกายไม่เหมือนกับฮีโมโกลบิน มันจึงทำให้คุณคันทั้งเนื้อทั้งตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ และสุดท้ายคุณก็จะตายเพราะอวัยวะภายในทำงานล้มเหลวครับ

ดังนั้นเข้าส้วมไปขี้ครั้งต่อไป อย่าลืมดูสีทุกครั้งก่อนกดชักโครก หรือราดน้ำนะครับ ใครจะพิจารณาปลงสังขารไปด้วยก็ได้ ทูอินวันไปเลย หากพบว่าขี้ของคุณมีสีผิดปกติ โดยที่คุณไม่ได้กินอะไรสีแปลก ๆ เข้าไป หรือกินแร่ธาตุอาหารเสริม ลองสังเกตต่อเนื่องดูสักสองสามวัน ถ้ายังคงมีสีผิดปกติ รีบไปพบแพทย์โดยด่วน ไม่ต้องอายหมอครับ หมอเค้าเรียนมาเรื่องขี้ เรียนมาละเอียดกว่าที่ผมเขียนซะอีก ไม่แน่ครับ คุณอาจตรวจพบอาการผิดปกติแต่เนิ่น ๆ และมีชีวิตอยู่ดูโลกที่แสนจะเส็งเคร็งนี้ไปได้อีกหลายปี


ด้วยความปรารถนาดี


นพ. น้องส้ม
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความงาม

ปล. ขออภัยที่ไม่ลงภาพประกอบบทความ เนื่องจากเกรงว่าหลายคนจะทำให้จอและคีย์บอร์ดเปรอะเปื้อนโดยไม่จำเป็น

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อื้มม มีประโยชน์ดีจัง
อ่านแล้วนึกถึงการ์ตูนของพี่ตั้มอยู่ตอนหนึ่ง มีหมอดูทำนายด้วยนะเออ
#1  by  น้ำเงินเจือขาว At 2007-05-20 00:25, 
คือ ... หนูนั่งพับเพียบขี้อ่ะค่ะ แบบว่าเรียบร้อยจัด ของที่ทานก็เดิม ๆ ค่ะ เจ๊ยวอวบ ๆ คงไม่เป็นพิษกระมังคะ คริคริ
ขำตรง ปล.
นึกไปเองว่าที่คีย์บอร์ดนี่เลอะน้ำลาย

เพราะอ่านแล้วหิว
#3  by  M i a o w At 2007-05-24 19:18, 
ขำตรง ปล.
นึกไปเองว่าที่คีย์บอร์ดนี่เลอะน้ำลาย

เพราะอ่านแล้วหิว
#4  by  M i a o w At 2007-05-24 19:18, 
ขอบคุณอย่างแรงงงงงรูอารายเยอะเลยอะ
#5  by   (124.120.225.87) At 2008-01-18 16:43, 

<< Home